แฟรงค์ แลมพาร์ดคือคนที่ใช่สำหรับสิงห์บลูส์

Frank-Lampard

ทีมเชลซีเป็นสโมสรที่มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมบ่อยมากเป็นอันดับต้นๆ ของเกาะอังกฤษ ในที่สุดเมาริซิโอ ซาร์รี่ก็ไม่น่าจะอยู่กับทีมต่อไปหลังทำผลงานได้ไม่เข้าตาผู้บริหารของสโมสรถึงแม้จะคว้าแชมป์ยูโรป้ามาได้ก็ตามที ทำให้ตอนนี้มีข่าวว่าสิงโตน้ำเงินครามกำลังหาโค้ชคนใหม่เข้ามาสู่ทีมให้เร็วที่สุด เพื่อปรับระบบทีมให้เข้าที่ก่อนเปิดฤดูกาลที่จะมาถึง ในเวลาที่ผ่านจะเห็นได้ว่าทีมเชลซีในยามที่ประสบความสำเร็จก็จะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจุดนี้ก็อาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ทีมไม่สามารถนำความสำเร็จเข้าสู่ทีมได้อย่างต่อเนื่องก็เป็นไปได้ ถ้าให้สังเกตทีมที่ยิ่งใหญ่นั้นจะไม่เปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้ง แล้วจะให้โอกาสผู้จัดการทีมมากกว่า 2 ปีขึ้นไปแต่นั้นก็เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์เท่านั้นมันอาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ชื่อของแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน

Frank-Lampard-image

สำหรับแฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามการดึงเขาเข้ามาคุมทีมมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าสโมสรจะยอมเสี่ยงหรือไม่ ผลงานของแลมพาร์ดในการคุมสโมสรดาร์บี้ เคาน์ตี้นั้นก็ดูจะไม่โดนเด่นอะไร สำหรับผลดีในการเอาแลมพาร์ดเข้ามาคุมทีมนั้นก็คือค่าเหนื่อยที่ไม่แพงเพราะอดีตนักเตะอย่างเขาย่อมเห็นแก่ทีมรักมากกว่าเงินแน่นอน ชื่อเสียงของเขาก็บอกได้เลยว่าจะทำให้บรรดานักเตะที่อยู่ในทีมต้องรู้สึกว่านี่เป็นตำนานของทีมทำให้ดูน่าเคารพมากยิ่งขึ้นไปอีก ประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษที่ทำให้เขารู้ว่าควรเล่นอย่างไรกับลีกอังกฤษ ถึงแม้โปรไฟล์ตอนคุมทีมดาร์บี้จะดูธรรมดาแต่อย่าลืมว่านั้นเป็นเพียงแค่ทีมขนาดเล็กกว่าและการชื้อตัวนักเตะก็มีจำกัดอีกด้วย แต่ทางเชลซีก็ประสบปัญหาเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเพราะโดนแบนเรื่องการชื้อนักเตะทำให้ครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสของบรรดาดาวรุ่งที่จะขึ้นมา แล้วนั้นจะเป็นการบ้านที่แลมพาร์ดต้องทำการปั้นผู้เล่นดาวรุ่งเหล่านี้ให้สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้ได้ มากันที่ข้อเสียกันบ้างถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเช่นผลงานทีมยังคงแย่เช่นเดิมแล้วยังดูไม่มีอนาคตอีก มันก็จะทำให้ชื่อเสียงของแลมพาร์ดเสียไปด้วยถ้าแย่ไปกว่านั้นคือการเอาอดีตนักเตะมาคุมทีมก็จะกลายเป็นของแสลงที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลอย่างแน่นอน และอาจจะทำให้ผู้บริหารไม่กล้านำเอาแนวทางนี้กลับมาใช้อีกในอนาคตข้างหน้า แนวทางครั้งนี้จะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับผู้บริหารว่าจะมาแนวทางไหนถึงจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างยาวนานซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องรอดูกันต่อไป