เส้นทางลุ้นแชมป์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

Manchester-City

แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังอยู่ในช่วงที่ล่าแชมป์แบบไม่สนใจคู่แข่งซึ่งในตอนแรกพวกเขามีลุ้นถึง 4 แชมป์ด้วยกัน แต่ล่าสุดพวกเขาตกรอบยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นลุ้นบอลถ้วยพรีเมียร์ลีกอย่างจริงจังแทน สถานการณ์คือถ้าพวกเขาสามารถชนะอีก 2 เกมที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ถ้วยนี้ไปได้ทันที โดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันของทีมอันดับสองอย่างลิเวอร์พูล แล้วถ้าเปป กวาร์ดิโอลาสามารถทำได้จริงเขาจะกลายเป็นกุนซือคนที่สองต่อจากอเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่สามารถทำทีมได้ 2 แชมป์ติดต่อกันในถ้วยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเกมที่เหลือก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรถ้าเทียบกับตัวผู้เล่นที่มีอยู่ ปีนี้เรือใบสีฟ้าไม่มีผู้เล่นคนสำคัญบาดเจ็บเลย แถมนักเตะแต่ละคนก็ยังมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมอีกต่างหากราฮีม สเตอร์ลิงกลายเป็นผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มดีมาโดยตลอดล่าสุดก็คว้ารางวัลแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมพีเอฟเอด้วยวัย 24 ปี โดยที่ปีนี้เขาลงสนามไปแล้ว 47 นัด ทำประตูไปได้ 23 ประตู และทำแอสซิสต์ได้ถึง 17  แอสซิสต์ ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วเจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นที่ทีมเรือใบจะขาดเสียไม่ได้เลยในตอนนี้ อีกหนึ่งคนที่ยังคงเป็นตัวหลักในการทำประตูของทีมคงหนีไม่พ้นกุน อเกวโร่กองหน้าตัวเก่งชาวอาร์เจนตินาที่ยังคงยิงประตูสำคัญในเกมที่มีความอึดอัดได้อย่างต่อเนื่อง กลายเป็นว่าเขาคือผู้เล่นที่มีความน่ากลัวตลอดเวลาที่ได้บอลในกรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้จริงๆ ต่อมาถ้าไม่พูดถึงคนนี้เห็นที่ว่าจะไม่ได้เสียแล้วเขาคือแบร์นาร์โด้ ซิลวาเป็นนักเตะที่มีความคล่องตัวสูงมากไปกับบอลได้ดี และเล่นเข้ากับระบบของเปป กวาร์ดิโอลาได้ดีทำให้เขาเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายฤดูกาลและยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้อีกด้วย คนสุดท้ายที่ขาดเสียไม่ได้เลยแฟร์นานดินโญ่มิดฟิลด์ตัวรับที่คอยตัดเกมให้กับทีมแล้วยังสามารถต่อบอลได้อย่างดีทำให้กองกลางของทีมเรือใบมีความเหนียวแน่นมากแล้วเขาเป็นผู้เล่นที่ถ้าทีมขาดไปจะทำให้ทีมมีปัญหาในแดนกลางทันทีเขากลายเป็นตัวปิดทองหลังพระที่เป็นหัวใจหลักในแดนกลางอย่างแท้จริง ฤดูกาลนี้ดูแล้วเป็นช่วงที่ลุ้นกันสนุกในตำแหน่งแชมป์ลีกอังกฤษ ถ้าเกมที่จะถึงของทั้งสองทีมยังคงชนะกันอีกแฟนบอลคงต้องลุ้นกันถึงช่วงนัดสุดท้ายเลยทีเดียว ผลจะออกมาเป็นใครคว้าแชมป์นั้นน่าจะไม่สำคัญสำหรับแฟนบอลทีมอื่นๆ แต่เชื่อได้เลยว่าในปีนี้เป็นการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สูสีที่สุดเท่าที่เคยดูบอลมาเลยก็ว่าได้